“น้ำมันเครื่องยนต์” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่รถยนต์สันดาปทุกคันจะต้องมี ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องจะช่วยเป็นสารหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในเครื่องยนต์เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวของชิ้นส่วนโลหะในเครื่องยนต์เสียดสีและสึกหรอ ยังสามารถช่วยระบายความร้อนภายในเครื่องยนต์ ป้องกันการเกิดสนิม และให้การปกป้องเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ใครที่มีรถยนต์ควรจะหมั่นตรวจเช็กและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มสมรรถนะ
ปัจจุบันน้ำมันเครื่องมีให้เลือกหลายสูตร หลายประเภท มีทั้งสำหรับประเภทเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ทำให้ตัดสินใจไม่ว่าจะเลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี วันนี้ Shopee ได้รวมรวบ 11 น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี พร้อมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากให้กับทุกคน
หัวข้อต่างๆ ของบทความนี้
วิธีเลือกซื้อน้ำมันเครื่องรถยนต์ให้เหมาะกับรถยนต์

อย่างที่ทราบกันดีว่าน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดมีด้วยกันหลายสูตร หลากหลายแบรนด์ชั้นนำ จึงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคนในการเลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับรถยนต์ของตัวเอง เรามีวิธีการเลือกซื้อน้ำมันเครื่องต้องพิจารณาอะไรบ้าง มาแนะนำให้กับทุกคน
1. เลือกน้ำมันเครื่องยนต์ให้ตรงกับประเภทเครื่องยนต์
น้ำมันเครื่องรถยนต์สามารถแบ่งออกตามประเภทเครื่องยนต์ได้ 2 ประเภท คือ
- น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน
- น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
ดังนั้น ก่อนเลือกว่าจะซื้อน้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ควรต้องเช็กก่อนว่ารถยนต์เป็นประเภทเครื่องยนต์อะไร เพื่อจะได้เลือกซื้อน้ำมันเครื่องให้เหมาะกับการใช้งาน หากเติมไม่ถูกต้องก็จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และที่สำคัญยังทำให้เกิดคราบเขม่าด้วย
2. ประเภทของน้ำมันเครื่องยนต์
ประเภทของน้ำมันเครื่องยนต์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ ด้วยคุณภาพเกรดของน้ำมันเครื่อง และมีผลต่ออายุการใช้งาน ซึ่งประเภทน้ำมันเครื่องยนต์แบ่ง 3 ชนิด ได้แก่
- น้ำมันเครื่องแบบธรรมดา เหมาะสำหรับรถยนต์เก่า ความหนืดเหมาะสม และราคาถูก
- น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ เหมาะสำหรับรถทั่วไป ให้ตรวจสอบก่อนว่าเป็นเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซล
- น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ทนทานต่อการกัดกร่อน หล่อลื่นสูง เหมาะกับรถราคาสูง
3. ตรวจสอบค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง
ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องสามารถบอกได้ถึงประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่อง ให้สังเกตว่าจะมีตัว W (หมายถึง Winter) จะอยู่ด้านหน้าและด้านหลังเป็นตัวเลขที่แสดงถึงค่าความหนืด เช่น
- ถ้าน้ำมันเครื่องเป็น 30 เหมาะกับรถยนต์ใหม่ หรือรถยนต์ที่วิ่งไม่ถึง 200,000 กิโลเมตร เพราะมีค่าความหนืดน้อย น้ำมันใส
- ถ้าเป็นเลข 40 ก็จะเหมาะกับรถยนต์ที่วิ่งประมาณ 200,000 กิโลเมตรขึ้นไป ด้วยค่าความหนืดระดับปานกลาง ความใสก็ลดลงเล็กน้อย
- ถ้าเป็นเลข 50 น้ำมันเครื่องที่ไม่ค่อยใส มีความหนืดค่อนข้างสูง เหมาะกับรถยนต์เก่า
หากเพื่อน ๆ กำลังหาคำตอบว่า น้ำมันเครื่อง 10w40 ยี่ห้อไหนดี หรือ น้ำมันเครื่อง 5w30 เบนซิน ยี่ห้อไหนดี สิ่งสำคัญคือการดูคู่มือประจำรถยนต์เป็นหลัก โดยปกติรถเก๋งรุ่นใหม่มักแนะนำเบอร์ 0W-20 หรือ 5W-30 เพื่อความประหยัดน้ำมัน แต่ถ้าเป็นรถที่ใช้งานมานานหรือสายบรรทุก เบอร์ 10W-40 จะช่วยลดอาการกินน้ำมันเครื่องได้ดีกว่า
4. เลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์จากค่ามาตรฐาน
โดยเครื่องยนต์แต่ละประเภทจะมีค่ามาตรฐานของน้ำมันเครื่องที่สามารถบอกได้ถึงคุณภาพของน้ำมันเครื่อง ที่แบ่งออกเป็นประเภทเครื่องยนต์ ดังนี้
- น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์เบนซินจะมีตัวอักษรดังนี้ SL, SM, SN โดยค่า SN เรียงจากสูงไปต่ำ (ปัจจุบันมีมาตรฐานสูงสุดถึง SP ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องเครื่องยนต์เทอร์โบและลดการชิงจุดระเบิดในรอบต่ำ)
- น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลจะมีตัวอักษรดังนี้ CH-4, CI-4, CJ-4 โดยค่า CJ-4 เรียงจากสูงไปต่ำ (รวมถึงมาตรฐาน CK-4 ที่เป็นมาตรฐานสูงสุดในปัจจุบัน)
ตารางเปรียบเทียบน้ำมันเครื่อง 11 รุ่นยอดฮิต
| รุ่นน้ำมันเครื่อง | ประเภทน้ำมัน | เครื่องยนต์ที่เหมาะสม | ค่าความหนืด (SAE) | จุดเด่นสำคัญ | ราคาประมาณ (บาท) |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. SHELL Helix Ultra | สังเคราะห์แท้ 100% | เบนซิน | 0W-40 | ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ, ทำความสะอาดเครื่องยนต์ยอดเยี่ยม, ประหยัดน้ำมันสูงสุด 3% | 2,870 – 3,675 |
| 2. Liqui Moly SUPER LEICHTLAUF | กึ่งสังเคราะห์ | ดีเซล และ เบนซิน | 10W-40 | มาตรฐานเยอรมัน, ลดแรงเสียดทานดีมาก, ระยะเปลี่ยนถ่ายสูงถึง 15,000 กม. | 2,300 – 2,370 |
| 3. PTT DYNAMIC COMMONRAIL | สังเคราะห์แท้ 100% | ดีเซล (คอมมอนเรล) | 10W-30 | เทคโนโลยี CLEAN AND LOCK ช่วยให้เครื่องสะอาด ป้องกันคราบจับติด | 1,020 |
| 4. TOYOTA CT4 | กึ่งสังเคราะห์ | ดีเซล (ทั่วไป/คอมมอนเรล) | 10W-30 | มาตรฐานตรงสเปกโรงงาน Toyota, ราคาประหยัด, ยืดอายุการใช้งานเครื่องยนต์ | 1,045 |
| 5. YUKON 5W30 | สังเคราะห์แท้ 100% | เบนซิน และ แก๊ส | 5W-30 | มาตรฐาน API SN PLUS, ลดการสึกหรอดีเยี่ยม, ใช้ได้นานถึง 15,000 กม. | 999 |
| 6. FURIO SP F1 | สังเคราะห์แท้ 100% | เบนซิน | 5W-40 | เทคโนโลยี Respoplex, ฟิล์มน้ำมันแข็งแรงพิเศษ, ทนความร้อนสูงมาก | 990 |
| 7. AISIN 15W-40 | สังเคราะห์แท้ 100% | ดีเซล | 15W-40 | มาตรฐาน API CK-4 (Euro 5/6), เหมาะสำหรับรถมีกรองเขม่า DPF และงานหนัก | 1,150 – 1,570 |
| 8. Shell Helix HX8 | สังเคราะห์แท้ 100% | เบนซิน | 0W-20 / 5W-30 / 5W-40 | สังเคราะห์แท้ราคาคุ้มค่า, เหมาะกับรถที่ต้องหยุดและสตาร์ทบ่อยในเมือง | 374 – 1,795 |
| 9. Twister HITECH CI-4 | กึ่งสังเคราะห์ | ดีเซล | 20W-50 | ฟิล์มน้ำมันหนาพิเศษ, เหมาะกับรถเก่า/รถบรรทุกหนัก ช่วยลดปัญหาเครื่องหลวม | 1,995 |
| 10. PTT PERFORMA NGV | กึ่งสังเคราะห์ | เบนซิน (เน้น NGV/LPG) | 10W-40 | ออกแบบมาเพื่อ รถติดแก๊ส โดยเฉพาะ ทนความร้อนสูง ลดการกินน้ำมันเครื่อง | 900 |
| 11. บางจาก FURIO | กึ่งสังเคราะห์ | เบนซิน | 5W-30 / 10W-40 | เทคโนโลยี Respoplex, ราคาเป็นมิตร, ลดเสียงดังของวาล์วได้ดี | 740 |
11 น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์
เมื่อทำความรู้จักกับน้ำมันเครื่องยนต์กันมากพอสมควรแล้ว ใครกำลังมองหาน้ำมันเครื่องที่ดีที่สุด แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกน้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ซึ่งเราได้คัดเลือกมารีวิวด้วยกันทั้งหมด 11 น้ำมันเครื่องยนต์ จากแบรนด์ต่าง ๆ มีทั้งรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ประเภทเบนซินและดีเซล มียี่ห้อไหนบ้างนั้น ตามไปช้อปกันเลย
1. SHELL Helix Ultra 0W-40

เปิดการรีวิว น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี กับตัวท็อปจากค่ายเชลล์ สำหรับน้ำมันเครื่อง SHELL Helix Ultra 0W-40 น้ำมันเครื่องคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ Fully Synthetic สังเคราะห์แท้ 100% ที่ได้มาจากก๊าซธรรมชาติ
จุดเด่นสำคัญคือเทคโนโลยีเฉพาะของ Shell สามารถใช้ได้กับรถยนต์เครื่องเบนซินทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เก่าหรือใหม่ ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ให้เหมือนใหม่ มีค่าความหนืดอยู่ที่ 0W-40 ป้องกันคราบยางเหนียวมีแรงเสียดทานต่ำ ที่สำคัญยังช่วยประหยุดน้ำมันได้สูงสุดถึง 3% ป้องกันการสึกหรอ เครื่องไม่ต้องทำงานหนักอีกด้วย
รายละเอียด SHELL Helix Ultra 0W-40
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 0W-40
- ระยะการใช้งาน: 20,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน
- ปริมาณ: 4 ลิตร / 5 ลิตร (4+1)
- ราคาประมาณ: 2,870 – 3,675 บาท
2. Liqui Moly SUPER LEICHTLAUF 10W-40

หากเพื่อน ๆ สายยุโรปหรือรถแต่งกำลังมองหาน้ำมันเครื่องคุณภาพ ขอแนะนำน้ำมันเครื่องยนต์ Liqui Moly SUPER LEICHTLAUF จากแบรนด์ Liqui Moly อีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเลือกใช้กันมาก ด้วยคุณสมบัติและคุณภาพที่ดีที่ช่วยทำให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยลดแรงเสียดทาน ช่วยหล่อลื่นการทำงานของเครื่องยนต์ได้ดี แถมยังช่วยทำให้เครื่องยนต์สะอาดและที่สำคัญช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้นด้วย
จุดเด่นที่น่าสนใจของน้ำมันเครื่องสูตรนี้คือสามารถใช้ได้ทั้งรถยนต์เครื่องเบนซินและดีเซล มีระยะในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมากถึง 15,000 กิโลเมตร และเป็นน้ำมันเครื่องที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เมื่อค้นหารีวิว น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี จะต้องมีน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้อย่างแน่นอน
รายละเอียด Liqui Moly SUPER LEICHTLAUF 10W-40
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: ดีเซลและเบนซิน
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 10W-40
- ปริมาณ: 7 ลิตร
- ราคาประมาณ: 2,300 – 2,370 บาท
3. PTT Lubricants DYNAMIC COMMONRAIL 15W-40

สำหรับเพื่อน ๆ สายกระบะที่ต้องการความคุ้มค่าและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ใครมีรถปิคอัพเน้นใช้งานหนักอยากจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้กับรถยนต์ แต่ยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ว่าจะใช้ น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี เราขอแนะนำ น้ำมันเครื่องรถยนต์ PTT Lubricants DYNAMIC COMMONRAIL จากแบรนด์ PTT น้ำมันเครื่องเทคโนโลยีสังเคราะห์ ที่ออกแบบสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรล รุ่นใหม่สมรรถนะสูง
เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ทำงานหนักโดยเฉพาะ มีการออกแบบมาให้มีค่าความหนืดที่เหมาะสมตามมาตรฐาน API CI-4 ด้วยเทคโนโลยี CLEAN AND LOCK จะช่วยให้เครื่องยนต์มีความสะอาดและช่วยป้องกันคราบจับติด ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่มีคนรีวิวน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ดีเซล ยี่ห้อไหนดีกันเยอะมากและยกให้เป็นหนึ่งยี่ห้อที่น่าซื้อใช้
รายละเอียด PTT Lubricants DYNAMIC COMMONRAIL 15W-40
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ 100%
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: ดีเซล
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 10W-30
- ปริมาณ: 7 ลิตร (6+1)
- ราคาประมาณ: 1,020 บาท
4. TOYOTA CT4 10W-30

เพื่อน ๆ ที่ใช้รถค่ายสามห่วงและอยากได้น้ำมันตรงสเปกโรงงานในราคามิตรภาพ สำหรับแบรนด์ TOYOTA นอกจากจะผลิตรถยนต์ออกมาขายทั่วโลกแล้ว ยังมีน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่ได้รับความนิยมใช้กันมากเช่นกัน อย่าง TOYOTA น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ 10W-30 CT4 เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่มีความหนืดในระดับที่เหมาะสม สามารถใช้งานได้ทั้งกับรถยนต์ TOYOTA และรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ แต่ต้องเป็นเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปและเครื่องยนต์ดีเซลประเภทคอมมอลเรล
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ยี่ห้อนี้สามารถช่วยป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ภายใน ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ใครกำลังมองหาน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ดีเซล ยี่ห้อไหนดี สามารถใช้กับรถดีเซลได้หลากหลายรุ่น ราคาไม่แพง แนะนำยี่ห้อนี้เลย
รายละเอียด TOYOTA CT4 10W-30
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: ดีเซลทั่วไปและดีเซลประเภทคอมมอลเรล
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 10W-30
- ระยะการใช้งาน: 10,000 กิโลเมตร หรือ 6 เดือน
- ปริมาณ: 6 ลิตร
- ราคาประมาณ: 1,045 บาท
5. YUKON 5W30

เพื่อน ๆ สายประหยัดน้ำมันและเน้นความลื่นไหลต้องลองตัวนี้ YUKON น้ำมันเครื่องเบนซินสังเคราะห์ 5W30 จากแบรนด์ YUKON ที่ได้มาตรฐานการรับรอง API SN PLUS เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์แก๊ส (NGV/LPG) ทุกชนิด เป็นน้ำมันหล่อลื่นสมรรถนะสูงสุด รักษาเครื่องยนต์ให้สะอาดอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการสึกหรอได้ดีเยี่ยม ปกป้องเครื่องยนต์ต่อการสึกกร่อนได้ดี
นอกจากนี้ ยังมีการผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานที่มีคุณภาพสูง ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากยิ่งยิ่งขึ้น และผสมสารเพิ่มคุณภาพที่มีคุณสมบัติพิเศษ ช่วยลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ เพื่อการปกป้องที่สูงกว่า สามารถใช้ได้นานมากถึง 15,000 กิโลเมตร ซึ่งช่วยยืดระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องได้นานมากยิ่งขึ้น ทำให้ไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อย ๆ เป็นน้ำมันเครื่องที่ดีที่สุดอีกยี่ห้อที่อยากแนะนำให้ลองใช้
รายละเอียด YUKON 5W30
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ 100%
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: เครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์แก๊ส (NGV/LPG) ทุกชนิด
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 5W-30
- ระยะการใช้งาน: 10,000 – 15,000 กิโลเมตร
- ปริมาณ: 5 ลิตร (4+1)
- ราคาประมาณ: 999 บาท
6. FURIO FULLY SYNTHETIC SP F1 5W40

นวัตกรรมจากบางจากที่เพื่อน ๆ จะต้องประทับใจในความสะอาดของเครื่องยนต์ FURIO FULLY SYNTHETIC SP F1 5W40 แบรนด์ FURIO น้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์ 100% ได้ผ่านมาตรฐานคุณภาพจากยุโรป อเมริกา และผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั่วโลก มีการใช้นวัตกรรม Respoplex Technology สามารถทำความสะอาดเครื่องยนต์ให้สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ สามารถชะล้างคราบเขม่าตะกอนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
เหมาะสำหรับเครื่องยนต์เบนซินทุกประเภท สามารถใช้ได้ทั้งระบบหัวฉีดตรง (DIG) หรือระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงท่อร่วม (PFI) รถที่มีสมรรถนะสูงต้องการน้ำมันที่ให้ประสิทธิภาพการหล่อลื่นที่ดี มีคุณสมบัติพิเศษมีฟิล์มน้ำมันที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ให้การหล่อลื่นเครื่องยนต์ ป้องกันการสึกหรอได้ดี ทนความร้อนสูง ช่วยป้องกันคราบโคลน ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
รายละเอียด FURIO FULLY SYNTHETIC SP F1 5W40
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ 100%
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 5W-40
- ระยะการใช้งาน: 10,000 – 15,000 กิโลเมตร
- ปริมาณ: 4 ลิตร
- ราคาประมาณ: 990 บาท
7. AISIN 15W-40

เพื่อน ๆ ที่ใช้รถดีเซลหนัก ๆ และต้องสู้กับความร้อนสูงในไทย น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี พร้อมลุยกับสภาพการใช้งานที่หลากหลาย ต้องนี่เลยกับ AISIN น้ำมันเครื่องดีเซล 15W-40 จากแบรนด์ AISIN เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่ได้รับมาตรฐาน API CK-4 และมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5 และ Euro 6
เหมาะสำหรับรถประเภทเครื่องยนต์ดีเซลที่มีระบบกรองเขม่าไอเสีย DPF น้ำมันเครื่องยนต์ยังมีประสิทธิภาพระดับพรีเมียมที่มีความคงทนสูง ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่มีสภาวะการใช้งานหนัก ลดการสึกหรอในเครื่องยนต์ ยังทำให้เครื่องยนต์สะอาด และยังคงสภาพความหนืดได้เป็นอย่างดีด้วย และยังคงสภาพความหนืดที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีให้เลือกหลายขนาดสามารถเลือกได้ตามเหมาะสม
รายละเอียด AISIN 15W-40
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ 100%
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: ดีเซล
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 15W-40
- ปริมาณ: 6 ลิตร / 7 ลิตร / 8 ลิตร
- ราคาประมาณ: 1,150 บาท / 1,350 บาท / 1,570 บาท
8. Shell Helix HX8 0W-20/5W-30/5W-40

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการขยับจากน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์มาเป็นสังเคราะห์แท้ในงบประมาณที่จำกัด Shell Helix HX8 คือคำตอบที่น่าสนใจ เพราะเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% ที่ให้ความคุ้มค่า ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์โดยการป้องกันการสึกหรอ ถึงจะอยู่ในสภาวะการขับขี่ที่หนักหน่วง
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องขับรถในเมืองที่มีการจราจรติดขัด ต้องหยุดและสตาร์ทรถบ่อยครั้ง ตัวน้ำมันช่วยรักษาความสะอาดของเครื่องยนต์ ลดการเกิดคราบตะกอนสะสม และช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี หากเพื่อน ๆ กำลังมองหา น้ำมันเครื่อง 5w30 เบนซิน ยี่ห้อไหนดี ที่ได้มาตรฐานระดับโลกแต่ราคาเป็นมิตร Shell HX8 รุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
รายละเอียด Shell Helix HX8 เบนซิน
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ 100%
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 0W-20 / 5W-30 / 5W-40
- ระยะการใช้งาน: 10,000 – 12,000 กิโลเมตร
- ปริมาณ: 1 ลิตร / 3 ลิตร / 4 ลิตร
- ราคาประมาณ: 374 – 1,795 บาท
9. Diesel Twister HITECH CI-4 20W-50

เพื่อน ๆ สายรถบรรทุกหนักหรือรถดีเซลรุ่นเก่าที่มีอายุการใช้งานนานหลายปี และเริ่มมีอาการน้ำมันเครื่องหายหรือเครื่องหลวม ขอแนะนำ Diesel Twister HITECH CI-4 20W-50 ด้วยความหนืดที่สูงเป็นพิเศษช่วยสร้างฟิล์มน้ำมันที่หนาขึ้นเพื่อเคลือบชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ลดช่องว่างที่เกิดจากการสึกหรอ ช่วยให้เครื่องยนต์กลับมาเดินเรียบและมีกำลังอัดดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนภายในเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี เป็นน้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์เก่า (เหมาะกับรถยนต์ที่ต่ำกว่าปี 2024) เพื่อน ๆ ที่ใช้รถเก่าหรือรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ควรมีติดรถไว้เลย
รายละเอียด Twister HITECH CI-4 20W-50
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: กึ่งสังเคราะห์
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: ดีเซล
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 20W-50
- ปริมาณ: 7 ลิตร (5+1+1)
- ราคาประมาณ: 1,995 บาท
10. PTT PERFORMA NGV 10W-40

เพื่อน ๆ ที่ใช้รถยนต์ติดแก๊ส ไม่ว่าจะเป็น NGV หรือ LPG คงทราบดีว่าความร้อนในห้องเผาไหม้จะสูงกว่าการใช้น้ำมันปกติ PTT PERFORMA NGV 10W-40 จึงถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความร้อนนี้โดยเฉพาะ เป็นน้ำมันเครื่องเทคโนโลยีสังเคราะห์ที่มีสารเพิ่มคุณภาพสูตรพิเศษ
น้ำมันเครื่องนี้ สามารถช่วยป้องกันการเกิดโคลนและคราบเขม่าที่เกิดจากก๊าซเชื้อเพลิง รักษาความสะอาดของลูกสูบและแหวนลูกสูบได้ดีเยี่ยม ช่วยลดปัญหาการกินน้ำมันเครื่องในรถติดแก๊ส หากเพื่อน ๆ ถามว่ารถติดแก๊สควรใช้น้ำมันเครื่อง 10w40 ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้คือตัวเลือกอันดับต้น ๆ ในใจผู้ใช้รถแก๊สทั่วไทยเลยล่ะ
รายละเอียด PTT PERFORMA NGV 10W-40
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: กึ่งสังเคราะห์
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน (แนะนำสำหรับรถใช้ก๊าซ NGV/LPG)
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 10W-40
- ปริมาณ: 4 ลิตร (4+1)
- ราคาประมาณ: 900 บาท
11. FURIO 5W30/10W40

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจจากบางจากที่เพื่อน ๆ ให้การยอมรับอย่างแพร่หลาย FURIO เบนซิน มีให้เลือกทั้งเบอร์ 5W-30 สำหรับรถใหม่ที่ต้องการความลื่นและประหยัดน้ำมัน และ 10W-40 สำหรับรถที่ใช้งานมาสักพักและต้องการการปกป้องที่สมดุล
จุดเด่นคือเทคโนโลยี Respoplex ที่ช่วยให้ฟิล์มน้ำมันมีความแข็งแรง ทนทานต่อการเปลี่ยนสภาพได้ดีเยี่ยมแม้ในอุณหภูมิที่สูงจัด ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและลดเสียงดังจากการทำงานของวาล์ว เป็นน้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียมที่ราคาสบายกระเป๋า เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหาความคุ้มค่าในการเช็กระยะแต่ละครั้ง
รายละเอียด บางจาก FURIO เบนซิน
- ประเภทน้ำมันเครื่อง: กึ่งสังเคราะห์
- เหมาะกับประเภทเครื่องยนต์: เบนซิน
- ค่าความหนืดน้ำมันเครื่อง: SAE 5W-30 / 10W-40
- ปริมาณ: 5 ลิตร (4+1)
- ราคาประมาณ: 740 บาท
เจาะลึกคำถามคาใจ: รถเก๋งเติมน้ำมันอะไร ดีที่สุด?
คำถามที่เพื่อน ๆ มักถามกันบ่อยคือ รถเก๋งเติมน้ำมันอะไร ดีที่สุด ความจริงแล้วคำว่า “ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับอายุของรถและพฤติกรรมการขับขี่ หากเป็นรถเก๋งใหม่ (อายุ 0-5 ปี) การใช้น้ำมันสังเคราะห์แท้เบอร์ 0W-20 หรือ 5W-30 คือสิ่งที่ดีที่สุด เพราะจะช่วยให้เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่าย ลื่นไหล และประหยัดน้ำมันสูงสุด แต่ถ้าเป็นรถเก๋งที่ใช้งานเกิน 200,000 กิโลเมตร การขยับไปใช้เบอร์ 10W-40 จะช่วยปกป้องชิ้นส่วนที่เริ่มสึกหรอได้ดีกว่า
จบแล้วสำหรับการรีวิว 11 น้ำมันเครื่องรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ที่ได้รวบรวมนำมาฝากให้กับทุกคน เรียกได้ว่ายกมาให้ครบทุกสายอย่างจุใจกับน้ำมันเครื่องรถยนต์ทั้งเครื่องเบนซินและดีเซล รวมถึงเครื่องยนต์ที่มีการดัดแปลงมาเป็นใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) และมอเตอร์ไซค์ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจเลือกซื้อน้ำมันเครื่องได้อย่างมั่นใจ และอย่าลืมว่าการเลือกน้ำมันเครื่องที่ถูกต้องคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อรถรักของเพื่อน ๆ แต่นอกจากการเลือกน้ำมันเครื่องสูตรประหยัดแล้ว ใครที่อยากเซฟเงินในกระเป๋าให้มากขึ้นไปอีก ต้องไม่พลาดความรู้เกี่ยวกับวิธีประหยัดน้ำมันรถยนต์ เพื่อช่วยให้รถของเพื่อน ๆ ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันได้แบบคูณสอง
บทความแนะนำอื่น ๆ ที่น่าสนใจจาก Shopee Blog