การขับขี่ยานพาหนะให้ปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการขับขี่รถยนต์ ทุกคนจึงควรหมั่นตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่รถยนต์ และยางรถยนต์ เพราะยางรถยนต์คอยทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก และช่วยลดแรงกระแทกจากการสั่นสะเทือนในระหว่างการขับขี่เพื่อให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้อย่างนิ่มนวลและปลอดภัย ด้วยยางรถที่มีอายุการใช้งาน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยและสมรรถนะที่ดีที่สุดในการขับขี่
ดังนั้น หากเพื่อน ๆ กำลังสงสัยว่า ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเข้าโค้ง หรืออยากรู้ว่า ยางรถยนต์ ราคาในปัจจุบันมีความคุ้มค่าแค่ไหน บทความนี้จะเจาะลึกข้อมูลแบบจัดเต็ม เพื่อให้เพื่อน ๆ ไม่พลาดข้อมูลสำคัญก่อนตัดสินใจควักเงินในกระเป๋า รวมถึงแนะนำบริการติดตั้งยางรถยนต์ ที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเป็นกอง!
หัวข้อต่างๆ ของบทความนี้
ทำความเข้าใจกับ ยางรถยนต์ยอดนิยม 5 ประเภท

1. ยางนุ่มเงียบ
ยางนุ่มเงียบ เป็นยางรถยนต์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเป็นประเภทยางที่เน้นการพักผ่อนและการเดินทาง โดยออกแบบสูตรเนื้อยางมาเป็นพิเศษให้มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมร่องดอกยางขนาดเล็กที่ช่วยซับเสียงรบกวนจากผิวถนนไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร ช่วยให้การพูดคุยหรือฟังเพลงในรถสุนทรีย์ยิ่งขึ้น
- จุดเด่น: ขับสบาย ลดแรงสั่นสะเทือน เก็บเสียงเก่ง หน้ายางกระจายแรงกดได้ดี
- ข้อเสีย: เนื้อยางนิ่มทำให้สึกหรอเร็วกว่ายางทั่วไป
- เหมาะสำหรับ: ขับในเมือง, รถครอบครัว, ผู้ที่ชอบความนุ่มสบาย
- ยางรถยนต์ ราคา: 1,000 – 23,000 บาท
2. ยางประหยัดน้ำมัน
ในยุคที่เทรนด์รักษ์โลกกำลังมาแรง ยางประหยัดน้ำมันถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยี Silica เพื่อลดแรงต้านทานการหมุน ช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ต้องทำงานหนักเกินความจำเป็นในขณะเคลื่อนที่ ส่งผลให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ
- จุดเด่น: แรงต้านทานการหมุนต่ำ ช่วยให้รถเคลื่อนที่ง่ายและประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ข้อเสีย: การยึดเกาะถนนและความทนทานอาจน้อยกว่ายางรุ่นปกติเล็กน้อย
- เหมาะสำหรับ: รถ Eco Car, รถบ้านทั่วไป, เน้นใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ยางรถยนต์ ราคา: 2,500 – 11,900 บาท
3. ยางรันแฟลต
ยางรันแฟลต (Run Flat) ถือเป็นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยที่ถูกออกแบบมาให้มีผนังแก้มยางที่แข็งแรงเป็นพิเศษ แม้จะสูญเสียความดันลมยางจากการถูกตะปูตำหรือยางระเบิด แก้มยางจะยังสามารถพยุงน้ำหนักรถให้เคลื่อนที่ต่อไปได้โดยไม่เสียหลัก ช่วยลดความเสี่ยงจากการจอดรถเปลี่ยนยางในพื้นที่เปลี่ยวหรืออันตราย
- จุดเด่น: โครงสร้างพิเศษ หากยางรั่วหรือระเบิดยังสามารถขับประคองต่อไปได้ (ในระยะทางและความเร็วที่กำหนด)
- ข้อเสีย: ราคาสูงมาก และเมื่อขับขี่อาจรู้สึกกระด้างกว่ายางปกติ
- เหมาะสำหรับ: รถยุโรป, ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
- ยางรถยนต์ ราคา: 7,500 – 20,000 บาท
4. ยางสปอร์ต
ยางสปอร์ต เป็นยางที่ออกแบบมาเพื่อดึงสมรรถนะของรถออกมาให้ได้มากที่สุด โดยมีเนื้อยางสูตรหนึบและลายดอกยางที่เน้นการสัมผัสหน้าถนนให้ได้มากที่สุด ช่วยให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมีความมั่นคงและมีระยะเบรกที่สั้นกว่ายางประเภทอื่น เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและการควบคุมที่สั่งได้ดั่งใจ
- จุดเด่น: ยึดเกาะถนนดีเยี่ยม ตอบสนองพวงมาลัยแม่นยำ ทั้งถนนแห้งและเปียก
- ข้อเสีย: ยางหมดไว เสียงดัง และรองรับแรงกระแทกได้น้อย (กระด้าง)
- เหมาะสำหรับ: สายซิ่ง, ขับรถเร็ว, ต้องการสมรรถนะการควบคุมสูง
- ยางรถยนต์ ราคา: 1,500 – 10,000 บาท
5. ยางออฟโรด
ยางออฟโรด เป็นยางสำหรับขาลุยที่ต้องการเอาชนะอุปสรรคในทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นดินโคลน หินคม หรือพื้นทราย มีลักษณะดอกยางเป็นบล็อกใหญ่และร่องลึกเพื่อช่วยในการสลัดดินโคลนและตะกุยพื้นผิวที่ไม่เรียบ โครงสร้างยางมีความแข็งแกร่งทนทานต่อการถูกบาดหรือตำจากการวิ่งในทางวิบาก
- จุดเด่น: ดอกยางใหญ่และลึก ตะกุยดิน โคลน ทราย หรือปีนป่ายทางลาดชันได้ดีเยี่ยม ทนทานสูง
- ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับถนนเรียบ เพราะเสียงดังมาก และขับไม่นุ่มนวล
- เหมาะสำหรับ: สายลุย, รถกระบะยกสูง, วิ่งทางวิบาก
- ยางรถยนต์ ราคา: 4,000 – 20,000 บาท
เช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงิน: เลือกยางอย่างไรให้คุ้มค่า
ก่อนจะควักกระเป๋าซื้อ ให้พิจารณา 3 ข้อนี้เป็นหลัก
1. ดูพฤติกรรมการใช้งาน
- ขับในเมือง/ทางเรียบ: เลือกยางดอกละเอียด ร่องยางถี่ (รีดน้ำดี เงียบ)
- ขับลุย/ทางขรุขระ: เลือกยางดอกใหญ่ ร่องห่าง (สลัดโคลนหินได้ดี)
2. ขนาดต้องเป๊ะ
- แนะนำให้เลือกขนาดเท่ากับมาตรฐานโรงงาน (ดูได้ที่คู่มือหรือข้างประตูรถ)
- หากเปลี่ยนขนาดยาง ต้องคำนวณเส้นรอบวงให้ใกล้เคียงเดิม เพื่อไม่ให้ไมล์เพี้ยน
- สำคัญ: ควรเปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 4 เส้น (หรืออย่างน้อยทีละคู่)
3. อ่าน “รหัสวันผลิต” ให้เป็น
- บนแก้มยางจะมีรหัสเลข 4 ตัวในวงรี (เช่น 3525)
- 2 ตัวแรกคือ สัปดาห์ที่ผลิต (35), 2 ตัวหลังคือ ปี ค.ศ. (2025)
- คำแนะนำ: ไม่ควรซื้อยางเก่าเก็บที่ผลิตมานานเกินไป แม้จะเป็นยางใหม่ก็ตาม
วิธีการอ่านสเปกและฉลากยางรถยนต์
เวลาไปที่ร้านยาง นอกจากยี่ห้อแล้ว เพื่อน ๆ ต้องดูค่าเหล่านี้บนแก้มยางให้เป็นด้วย

ตัวเลขบอกขนาด เช่น 225/50 R17 94V
- 225: หน้ากว้างยาง (มม.)
- 50: ซีรีส์ (ความสูงแก้มยางคิดเป็น 50% ของ 225 มม.)
- R17: โครงสร้างเรเดียล ใส่กับล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว
- 94: ดัชนีรับน้ำหนัก ($Load Index$) โดยเลข 94 รับได้ประมาณ 670 กก./เส้น
- V: ดัชนีความเร็ว ($Speed Rating$) ตัว V รับความเร็วสูงสุดได้ 240 กม./ชม.
ค่า UTQG (Uniform Tire Quality Grading)
คือ มาตรฐานการทดสอบยางรถยนต์ที่กำหนดโดยหน่วยงานความปลอดภัยด้านการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NHTSA) เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยางแต่ละรุ่นได้ง่ายขึ้น
คุณสามารถสังเกตค่านี้ได้บริเวณ แก้มยาง (Sidewall) ของยางเกือบทุกเส้น โดยจะประกอบด้วยดัชนีชี้วัด 3 ตัวหลัก ดังนี้
- Treadwear: ตัวเลขยิ่งสูงยิ่งทน (เช่น 400 ทนกว่า 200)
- Traction: ความสามารถในการหยุดรถบนถนนเปียก (AA คือดีที่สุด, A, B, C)
- Temperature: ความทนทานต่อความร้อน (A คือดีที่สุด)
เคล็ดลับการดูแลรักษายางรถยนต์เพื่อยืดอายุการใช้งาน
การดูแลรักษายางรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะยางรถยนต์จะช่วยให้เราสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น จึงควรจะต้องดูแลรักษายางรถยนต์ให้ถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน ลองมาดูวิธีการดูแลรักษายางรถยนต์ ดังนี้
- เช็กลมยางสม่ำเสมอ ตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละครั้ง เติมลมให้พอดีตามคู่มือรถ (ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป)
- ตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ช่วยให้หน้ายางสัมผัสพื้นเท่ากัน ป้องกันยางกินข้างและดอกยางสึกไม่เท่ากัน
- หลีกเลี่ยงการจอดตากแดด แสงแดดจัดทำให้เนื้อยางเสื่อมสภาพ แตก และแข็งกระด้างเร็วขึ้น
- ขยับรถบ้าง หากจอดนานๆ น้ำหนักจะกดทับจุดเดิม ทำให้ยางเสียรูป (ยางตาย) ได้
- หมั่นสังเกตบาดแผล มองหาตะปู รอยฉีกขาด หรือการบวมที่แก้มยาง หากพบควรเปลี่ยนทันที
แนะนำ ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี คุณภาพดี ทนทานสูง ยึดเกาะถนนได้ดี
ยางรถยนต์นอกจากจะมีให้เลือกหลายประเภทแล้ว ก็ยังมีให้เลือกหลายรุ่น และยี่ห้อยางรถยนต์หลากหลายสุด ๆ ทำให้เลือกไม่ถูกเลยว่าเปลี่ยนเป็น ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ถึงจะเหมาะกับรถเรามากที่สุด และที่สำคัญจะต้องเป็นยางที่ดีมีคุณภาพ ทนทานสูง และยึดเกาะถนนได้ดี เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางก็คิดให้ปวดหัวแล้ว เพราะเราคัดมาให้แล้วสำหรับยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เปรียบเทียบยางรถยนต์แต่ละยี่ห้อไปเลย มียี่ห้อยางรถยนต์อะไรบ้าง มาดูกัน
ตารางเปรียบเทียบยางรถยนต์ 8 ยี่ห้อ
| ยี่ห้อ / รุ่นแนะนำ | จุดเด่นสำคัญ | เหมาะสำหรับ | ช่วงราคา (4 เส้น) |
|---|---|---|---|
| GOODRIDE | ใช้ยางพาราไทยคุณภาพสูง ทนทานพิเศษ ยืดหยุ่นสูง และราคาคุ้มค่า | รถเก๋ง, กระบะ, SUV ที่เน้นความคุ้มค่าและทนทาน | 4,630 – 10,390 บาท |
| DEESTONE (Premium Tourer RA01) | เทคโนโลยี Diamond Groove ลดเสียงรบกวน นุ่มเงียบ เกาะถนนดี | รถเก๋ง, กระบะ, SUV ที่ชอบความนุ่มนวลในราคาประหยัด | 4,780 – 14,750 บาท |
| NEXEN (N’FERA / N’PRIZ) | ยางพรีเมียมเกาหลี มีประกัน “บาด บวม แตก เคลมฟรี” รีดน้ำได้รวดเร็ว | รถทุกประเภทที่เน้นเทคโนโลยีสมัยใหม่และความอุ่นใจ | 6,996 – 26,700 บาท |
| DUNLOP (ENASAVE EC300+) | ยางประหยัดน้ำมัน (ช่วยเซฟถึง 20%) นุ่มสบาย ลดแรงสั่นสะเทือน | รถ Eco Car และรถซีดานขนาดเล็กถึงกลาง | 7,200 – 19,000 บาท |
| PIRELLI (CINTURATO ROSSO) | สมรรถนะสปอร์ตระดับโลก ร่องรีดน้ำใหญ่ ป้องกันการเหินน้ำได้ดีเยี่ยม | รถเก๋งและ SUV สมรรถนะสูงที่ต้องการความปลอดภัย | 12,276 – 43,200 บาท |
| YOKOHAMA (dB / BluEarth) | ที่สุดของความนุ่มเงียบ (รุ่น dB) และใช้น้ำมันส้มเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | ผู้ที่ต้องการความเงียบในห้องโดยสารและการขับขี่ที่นุ่มนวล | 12,720 – 18,440 บาท |
| BRIDGESTONE (ECOPIA EP300) | เทคโนโลยี NanoPro-Tech ประหยัดน้ำมัน ทนทานต่อความร้อนและแรงกระแทก | รถเก๋ง, กระบะ, SUV ที่เน้นมาตรฐานสูงและประหยัดน้ำมัน | 12,800 – 20,000 บาท |
| MICHELIN (ENERGY XM2+) | เนื้อยาง Full Silica เบรกสั้นมั่นใจแม้ใช้งานนาน ทนทานต่อรอยบาดตำ | รถเก๋ง, กระบะ, SUV ที่เน้นความปลอดภัยและอายุการใช้งานยาวนาน | 14,320 – 22,400 บาท |
1. ยางรถยนต์ GOODRIDE

ยางรถยนต์ GOODRIDE มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ปัจจุบันได้มาตั้งโรงงานผลิตยางรถในประเทศไทย โดยผลิตยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก และยางรถมอเตอร์ไซด์ รวมถึงส่งออกหลากหลายประเทศทั่วโลกและจำหน่ายในประเทศไทย จุดเด่นแบรนด์นี้คือใช้ยางพาราไทยคุณภาพสูง เป็นวัตถุดิบในการผลิตยางเรเดียลเสริมใยเหล็กที่ให้ความยืดหยุ่นสูง มีความทนทาน ในขณะเดียวกันก็ให้ความนุ่มนวล
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งาน GOODRIDE ขอบ 14, 15, 16, 17, 18 มีไลน์สินค้าที่ครอบคลุมมาก ตั้งแต่ยางสำหรับรถเก๋งรุ่นประหยัดไปจนถึงยางสปอร์ตสมรรถนะสูง ข้อดีที่โดดเด่นของ GOODRIDE คือโครงสร้างยางที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ยางมีความสมดุลและลดการสึกหรอที่ผิดปกติได้ดี หากเพื่อน ๆ กังวลเรื่องยางรถยนต์ ราคาที่อาจจะสูงเกินไป GOODRIDE มอบทางเลือกที่คุ้มค่าเงินทุกบาทที่เสียไป พร้อมการรับประกันคุณภาพจากการผลิตที่ได้มาตรฐานโลก เป็นยางที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการความนุ่มเงียบและการเบรกที่มั่นใจได้ในระยะทางที่สั้นลง
รายละเอียดยางรถยนต์ GOODRIDE
- ยางมีให้เลือกทั้งรถเก๋ง, กระบะ, SUV
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 14 – 18 นิ้ว
- ยางผลิตจากยางพาราคุณภาพสูงของไทย มีความทนทานเป็นพิเศษ
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 4,630 – 10,390 บาท (ต่อ 4 เส้น)
2. ยางรถยนต์ DEESTONE

มาต่อกันที่ยางรถยนต์ DEESTONE เป็นบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ของคนไทยรายใหญ่ที่สุดในประเทศโดยส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก มียางรถยนต์ทุกประเภทและหลายรุ่นให้เลือก แต่ถ้าใครชอบความนุ่มนวลนุ่มเงียบ แนะนำ Deestone ยางรถยนต์ รุ่น Premium Tourer RA01 ด้วยการออกแบบใช้เทคโนโลยี Diamond Groove ช่วยในความนุ่มนวลนุ่มเงียบ ออกแบบร่องยางสามมิติรูปเพชรที่ลดการสั่นของคลื่นเสียงในแต่ละระดับสัมพันธ์กับในการขับขี่แต่ละย่านความเร็ว ช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีขึ้น และเกาะถนนได้ทั้งถนนแห้งและเปียก มั่นใจเรื่องความปลอดภัยชัวร์
รายละเอียดยางรถยนต์ DEESTONE
- ยางสำหรับรถเก๋ง, กระบะ และ SUV
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 14 – 20 นิ้ว
- ยึดเกาะถนนได้ดี ทั้งพื้นถนนแห้งและเปียก
- ช่วยประหยัดน้ำมัน ความต้านทานการหมุนต่ำ ทำให้ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 4,780 – 14,750 บาท (ต่อ 4 เส้น)
3. ยางรถยนต์ NEXEN

มาต่อกับยางรถยนต์ NEXEN เป็นแบรนด์ยางรถยนต์ชั้นนำของเกาหลีใต้ และยังที่ได้รับความไว้วางใจจากยี่ห้อรถยนต์ชั้นนำมากมายทั่วโลก ยกให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (OE) ประสบการณ์ผลิตยางมากกว่า 80 ปี โดยจะมียางสำหรับรถเก๋ง รถกระบะ และรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพื่อให้ตอบโจทย์กับการใช้งานกับรถทุกประเภท
เพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหายางรถยนต์คุณภาพพรีเมียมในราคาที่เป็นมิตร NEXEN จัดเต็มมาให้เลือกตั้งแต่ ขอบ 14-19 นิ้ว จำนวน 4 เส้น ครอบคลุมทั้งรถเก๋งขนาดเล็กไปจนถึงรถสมรรถนะสูง โดยเฉพาะรุ่น N’FERA และ N’PRIZ ที่ได้รับรางวัลการันตีระดับโลกมากมาย จุดเด่นที่ทำให้ NEXEN แตกต่างคือการรับประกันยางที่มักจะมาพร้อมเงื่อนไข “บาด บวม แตก เคลมฟรี” ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับเพื่อน ๆ ได้เป็นอย่างดี ยางรุ่นนี้เน้นความเงียบและการรีดน้ำที่รวดเร็ว ช่วยให้การเข้าโค้งในความเร็วสูงเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย หากเพื่อน ๆ เน้นความคุ้มค่าและเทคโนโลยีสมัยใหม่ NEXEN คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
รายละเอียดยางรถยนต์ NEXEN
- ยางมีให้เลือกทั้ง รถเก๋ง, กระบะ, SUV
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 14 – 19 นิ้ว
- เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิตยางรถยนต์
- ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างการออกแบบยางที่เป็นนวัตกรรมใหม่
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 6,996 – 26,700 บาท (ต่อ 4 เส้น)
4. ยางรถยนต์ DUNLOP

เริ่มต้นรีวิว ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ตัวแรกกับ ยางรถยนต์ DUNLOP เป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ จากเมืองเบอร์มิงแฮม โดยยางรถยนต์ยี่ห้อ DUNLOP มีให้เลือกหลายรุ่น แต่ถ้าใครอยากประหยัดน้ำมัน แนะนำเป็น รุ่น ENASAVE EC300+ ยางประหยัดน้ำมัน ได้ออกแบบมาเพื่อมอบให้ความนุ่มสบาย ด้วยส่วนผสมแบบ Silica Compound ช่วยลดความร้อนสะสมในยางได้ ทำให้แรงต้านทานการหมุนลดลง ช่วยเซฟค่าน้ำมันได้ถึง 20% เมื่อเปรียบเทียบกับยางปกติ และสำหรับรุ่น EC300 นั้นเน้นไปที่ความคุ้มค่าและสมรรถนะที่สมดุล เหมาะมากสำหรับรถ Eco Car และรถซีดานขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการความนุ่มเงียบและการทรงตัวที่ดีเยี่ยมบนพื้นถนนแห้งและเปียก ยิ่งถ้าช้อปผ่าน Shopee เพื่อน ๆ ยังสามารถหาดีลติดตั้งยางรถยนต์ใกล้บ้านได้สะดวกสุด ๆ
รายละเอียดยางรถยนต์ DUNLOP
- ยางรถยนต์สำหรับรถเก๋ง
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 14 – 17 นิ้ว
- ยางมีสมรรถนะสูง นุ่มเงียบ ลดเสียงรบกวน ลดแรงสั่นสะเทือน
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 7,200 – 19,000 บาท (ต่อ 4 เส้น)
5. ยางรถยนต์ PIRELLI

มาต่อกันที่ยางรถยนต์ยี่ห้อที่ขึ้นชื่อเรื่องความสปอร์ตและสมรรถนะระดับโลก หลายคนสงสัยว่า ยางรถยนต์ pirelli ดีไหม คำตอบคือดีแน่นอน โดยเฉพาะรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง PIRELLI รุ่น CINTURATO ROSSO ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยและความนุ่มนวลให้กับรถยนต์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งหรือ SUV
เพื่อน ๆ ที่รักการขับขี่แต่ยังต้องการความนุ่มเงียบ CINTURATO ROSSO คือการผสมผสานที่ลงตัวมาก ด้วยลายดอกยางรูปตัว “S” ที่ช่วยลดเสียงรบกวน และร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ที่ช่วยป้องกันอาการเหินน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านั้น PIRELLI ยังให้ความสำคัญกับความคงทน ทำให้ยางรุ่นนี้ใช้งานได้ยาวนานกว่ารุ่นสปอร์ตทั่วไป หากเพื่อน ๆ อยากลองสัมผัสเทคโนโลยียางจากสนามแข่งในราคาที่จับต้องได้ PIRELLI รุ่นนี้คือคำตอบที่ต้องลองสักครั้ง สามารถหาซื้อและเลือกบริการติดตั้งยางรถยนต์แบบครบวงจรได้ที่ร้านค้า PIRELLI ใน Shopee Mall
รายละเอียดยางรถยนต์ PIRELLI CINTURATO ROSSO
- เหมาะสำหรับรถเก๋งและ SUV สมรรถนะสูง
- โดดเด่นเรื่องการยึดเกาะถนนเปียกและการเบรกที่แม่นยำ
- ดีไซน์ดอกยางแบบพิเศษช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
- ราคาพรีเมียมแต่คุ้มค่าด้วยอายุการใช้งานและสมรรถนะ
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 12,276 – 43,200 บาท (ต่อ 4 เส้น)
6. ยางรถยนต์ YOKOHAMA

ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ที่คนไทยหลายคนให้ความมั่นใจ หนึ่งในนั้นจะต้องแบรนด์ YOKOHAMA ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นในเมืองโยโกฮามา และมีประสบการณ์ผลิตยางรถยนต์มากว่า 100 ปี สำหรับยางรถยนต์ YOKOHAMA รุ่น dB Decibel (V552) ซึ่งเป็นที่สุดของยางนุ่มเงียบจากค่ายนี้ ด้วยเทคโนโลยีการจัดวางบล็อกดอกยางที่ซับซ้อนเพื่อตัดเสียงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุด และสำหรับเพื่อน ๆ สายรักษ์โลก YOKOHAMA รุ่น BlueEarth (ES32) คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ด้วยส่วนผสมน้ำมันส้ม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยให้เนื้อยางมีความยืดหยุ่นสูง เกาะถนนได้ดีแม้ในวันที่ฝนตกหนัก ทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นเรือธงที่มียอดขายถล่มทลายใน Shopee และได้รับการรีวิวจากผู้ใช้จริงในแง่ของความนุ่มสบายตลอดการเดินทาง
รายละเอียดยางรถยนต์ YOKOHAMA
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 15 – 19 นิ้ว
- คุณสมบัติพิเศษด้านค่าความต้านทานการหมุนจึงช่วยประหยัดพลังงาน
- ร่องยางแนวตรงเพิ่มประสิทธิภาพการรีดน้ำได้ดีเยี่ยม
- การออกแบบของบล็อกดอกยาง ลดอัตราการสึกแบบไม่เรียบ
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 12,720 – 18,440 บาท (ต่อ 4 เส้น)
7. ยางรถยนต์ BRIDGESTONE

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ยางรถยนต์ BRIDGESTONE ยางรถยนต์ที่เคยขึ้นแท่นเป็นยางอันดับหนึ่ง ผลิตโดยประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตอย่างครบครัน และขึ้นชื่อในเรื่องการทนความร้อนและทนแรงกระแทกได้ดี อีกทั้งถูกจัดว่าเป็นยางที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ของไทย สำหรับยางรถยนต์ BRIDGESTONE รุ่น ECOPIA EP300 มาพร้อมดีไซน์ดอกยางให้มีการกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยให้ยึดเกาะถนนเปียกได้เป็นอย่างดี
เพื่อน ๆ ที่กำลังให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและการประหยัดค่าน้ำมันในระยะยาว BRIDGESTONE ECOPIA EP300 คือคำตอบที่ใช่ที่สุด ด้วยเทคโนโลยี NanoPro-TechTM ที่ช่วยลดความร้อนสะสมในเนื้อยาง ทำให้แรงต้านทานการหมุนต่ำลง ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ รุ่น EP300 ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ดอกยางใหม่ที่ช่วยให้การเบรกบนถนนเปียกทำได้สั้นลงและปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เป็นยางที่ผสมผสานระหว่าง “ความประหยัด” และ “ความปลอดภัย” เพื่อน ๆ สามารถเช็กโปรโมชั่นยางยี่ห้อนี้ได้ง่ายๆ บน Shopee พร้อมรับคูปองส่วนลดเพิ่มเติมในแต่ละเดือน
รายละเอียดยางรถยนต์ BRIDGESTONE รุ่น ECOPIA EP300
- ใช้ได้ทั้งรถเก๋ง, กระบะ, SUV
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 15 – 16 นิ้ว
- ออกแบบเพื่อให้การขับขี่ความนุ่มและเงียบ
- ยางได้ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะบนถนนเปียกที่ดียิ่งขึ้น
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 12,800 – 20,000 บาท (ต่อ 4 เส้น)
8. ยางรถยนต์ MICHELIN

ยางรถยนต์ยี่ห้อ Michelin เป็นแบรนด์ที่หลายคนคุ้นเคยและได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานเป็นอันดับต้น ๆ เป็นยางรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีประสบการณ์การผลิตยางมาอย่างยาวนาน ด้วยประสบการณ์ในด้านการพัฒนาต่าง ๆ ในหลายด้าน
เพื่อน ๆ ที่เน้นความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง ต้องเทใจให้ MICHELIN ENERGY XM2+ เลย ด้วยเนื้อยาง Full Silica สูตรใหม่ที่ช่วยให้ยางมีความยืดหยุ่นสูง ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยมแม้จะใช้งานไปนานจนดอกยางเริ่มเหลือน้อยก็ตาม นอกจากนี้ XM2+ ยังถูกออกแบบมาให้มีความทนทานต่อการกระแทกและรอยบาดตำ ซึ่งเหมาะกับสภาพถนนในไทยที่มีหลุมบ่อเยอะ เป็นยางที่เน้นความคุ้มค่าในระยะยาวเพราะเปลี่ยนทีเดียวใช้ได้นานกว่ายางทั่วไปถึง 25% ใครที่ใช้รถ Eco Car หรือรถเก๋งขนาดเล็กและกำลังมองหายางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่จ่ายแพงกว่านิดหน่อยแต่จบทุกปัญหา MICHELIN คือทางเลือกที่ไว้ใจได้
รายละเอียดยางรถยนต์ MICHELIN รุ่น ENERGY XM2+
- เหมาะสำหรับรถเก๋ง, กระบะ, และ SUV
- ขอบยางมีให้เลือกตั้งแต่ 14 – 16 นิ้ว
- เบรกสั้น มั่นใจ ทั้งยางใหม่และใกล้หมดดอก
- มีส่วนผสมเนื้อยาง Full Silica ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง
- ยางรถยนต์ ราคาประมาณ 14,320 – 22,400 บาท (ต่อ 4 เส้น)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกซื้อและติดตั้งยางรถยนต์ (FAQs)
1. ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดีที่สุด?
ไม่มีคำว่า “ยางที่ดีที่สุด” สำหรับทุกคน เพราะการเลือกยางรถยนต์ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละคน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือก “ยางที่เหมาะที่สุด” กับสไตล์การขับขี่และสภาพถนนที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมือง เดินทางไกล ใช้งานบนถนนเปียก หรือเน้นความนุ่มเงียบและความประหยัดน้ำมัน ยางแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ที่ต่างกัน
2. ยางรถยนต์ Pirelli ดีไหม ทำไมราคาสูงกว่าบางยี่ห้อ?
ยางรถยนต์ Pirelli ดีแน่นอน โดยเฉพาะถ้าเพื่อน ๆ เป็นสายขับขี่ที่เน้นสมรรถนะ (Performance) และความปลอดภัยระดับสูง แบรนด์นี้โด่งดังจากการเป็นยางมาตรฐานสำหรับรถ Supercar และรถยุโรปหรู จุดเด่นคือการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมทั้งทางตรงและการเข้าโค้ง เทคโนโลยีของ Pirelli ช่วยให้การตอบสนองของพวงมาลัยแม่นยำมาก แม้ในรุ่นที่เน้นการใช้งานทั่วไปอย่าง Cinturato Rosso ก็ยังคง DNA ความเกาะถนนและการเบรกที่มั่นใจไว้ได้ดีเยี่ยม จึงคุ้มค่ามากสำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่
3. ควรเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อไหร่?
โดยปกติยางรถยนต์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 – 5 ปี หรือวิ่งไปได้ประมาณ 50,000 – 80,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เพื่อน ๆ ควรเช็ก “สะพานยาง” หากดอกยางสึกจนถึงระดับเดียวกับสะพานยาง หรือเริ่มมีอาการยางแข็ง กระด้าง หรือมีรอยแตกลายงา ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย
4. เปลี่ยนยางแค่ 2 เส้นได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนพร้อมกัน 4 เส้น?
หากงบประมาณจำกัด สามารถเลือกเปลี่ยนทีละคู่ได้ (คู่หน้าหรือคู่หลัง) แต่เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่สมดุลที่สุด การเปลี่ยนพร้อมกัน 4 เส้น จะช่วยให้การยึดเกาะถนนและการกระจายแรงเบรกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งปลอดภัยกว่าการใช้ยางที่ยี่ห้อหรือรุ่นต่างกันในรถคันเดียว
5. ซื้อยางรถยนต์ออนไลน์ใน Shopee จะได้ยางเก่าเก็บไหม?
เพื่อน ๆ สามารถวางใจได้ เพราะร้านค้า Official หรือร้านแนะนำใน Shopee ส่วนใหญ่จะระบุ ปีที่ผลิต (DOT) ไว้อย่างชัดเจนในรายละเอียดสินค้า ก่อนกดสั่งซื้อเพื่อน ๆ สามารถแชทสอบถามร้านค้าเพื่อขอดูสัปดาห์และปีที่ผลิตก่อนได้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ยางใหม่ล่าสุดส่งตรงถึงบ้าน
6. สั่งซื้อยางจาก Shopee แล้วจะไปติดตั้งยางรถยนต์ที่ไหน?
หลังจากสั่งซื้อยางผ่าน Shopee ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการ Installation Service ซึ่งเป็นบริการติดตั้งโดยพาร์ทเนอร์ของ Shopee ที่สะดวก รวดเร็ว และได้มาตรฐาน เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องประกอบหรือติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญ โดยลูกค้าสามารถเลือกวันและสาขาที่ต้องการเข้ารับบริการติดตั้งได้ผ่านแอปพลิเคชัน หลังจากคำสั่งซื้อเสร็จสิ้น เพื่อเข้ารับบริการติดตั้งยางรถยนต์ได้อย่างมั่นใจ
ยางรถยนต์รุ่นฮิต ราคาคุ้ม เลือกง่าย ส่งไว! เลือกรับบริการติดตั้งยางรถยนต์ที่ศูนย์ใกล้บ้านคุณ
การเลือกยางรถยนต์ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องยี่ห้อเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคุ้มค่าและความสะดวกในการรับบริการ หากคุณกำลังมองหายางคุณภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าเดิม..ที่ Shopee Motors
- ยางรถยนต์ครบทุกแบรนด์: รวบรวมรุ่นยอดนิยมที่คัดมาให้แล้ว พร้อมราคาโปรโมชันจัดเต็มตลอดทั้งปี
- เลือกยางให้ตรงรุ่นรถได้ง่าย: ข้อมูลครบถ้วน ทั้งสเปกทางเทคนิคและรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ช่วยให้คุณตัดสินใจไม่พลาด
- ดีลพิเศษเพียบ: พบกับข้อเสนอสุดคุ้ม ทั้งส่วนลดพิเศษ, ยางแพ็กคู่ราคาประหยัด และของแถมสุด Exclusive
- ช้อปออนไลน์มั่นใจ: สั่งซื้อผ่านร้านค้ามาตรฐานที่เชื่อถือได้ พร้อมระบบการจัดส่งที่รวดเร็วถึงมือคุณ
- เตรียมอัปเกรดยางรถคุณให้สะดวกกว่าเดิม: พบกับฟีเจอร์ใหม่ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลยางรถยนต์ของคุณให้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย — เร็ว ๆ นี้!
จากการเปรียบเทียบยางรถยนต์แต่ละยี่ห้อนั้น ก็หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้ไอเดียในการเลือกซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี และยางรุ่นไหนดีถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของเพื่อน ๆ มากที่สุด รวมถึงวิธีการเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับรถยนต์ของตัวเอง หากเพื่อน ๆ ต้องการยางรถยนต์ที่มีคุณภาพดี ทนทานสูง และมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนได้ดีที่สุด สามารถเลือกจากยางรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ที่เราแนะนำได้เลย เพราะยี่ห้อดังชั้นนำ จึงมั่นใจเรื่องคุณภาพการผลิตและความปลอดภัยในการใช้งานได้เลย
และถ้าอยากให้ยางรถใช้งานได้นาน ๆ ก็ควรหมั่นดูแลบำรุงรักษา นอกจากนี้ถ้าอยากเสริมหล่อให้กับรถด้วยล้อแม็กซ์ เบาะรองนั่งในรถ หรืออุปกรณ์แต่งรถอื่น ๆ ให้มาช้อปที่ Shopee มีสินค้าหลากหลายประเภท ตอบโจทย์คนรักรถแน่นอน
บทความแนะนำจาก Shopee Blog