ถ้าพูดถึงเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังมาแรงที่สุดในพุทธศักราชนี้ คงหนีไม่พ้นการแข่งขันฟิตเนสที่ผสมผสานทั้งความอึด ความแข็งแกร่ง และจิตใจที่แน่วแน่เข้าด้วยกัน เพื่อน ๆ หลายคนอาจจะเคยเห็นภาพคนไปวิ่งสลับกับทำท่าออกกำลังกายแปลก ๆ ในฮอลล์ขนาดใหญ่ผ่านโซเชียลมีเดียมาบ้าง และสงสัยว่ากิจกรรมนี้มันคืออะไรกันแน่? ทำไมถึงมีคนยอมจ่ายเงินสมัครเพื่อไปเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนั้น
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโลกของ HYROX ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นสายวิ่งมาราธอนที่อยากลองเพิ่มความแข็งแรง หรือสายเวทเทรนนิ่งที่อยากทดสอบระบบหัวใจและหลอดเลือด เราจะมาตอบทุกข้อสงสัย ตั้งแต่ HYROX คืออะไร มีอะไรบ้าง กติกา วิธีการซ้อม ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ต้องมี
หัวข้อต่างๆ ของบทความนี้
สำหรับคำถามที่ว่า HYROX คืออะไร? คำจำกัดความที่ง่ายที่สุดคือ “The World Series of Fitness Racing” หรือการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อ “ทุกคน” กีฬานี้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ที่ประเทศเยอรมนี โดย Christian Toetzke และ Moritz Furste ซึ่งมีจุดประสงค์ต้องการสร้างการแข่งขันกีฬาที่รวมเอาความแตกต่างระหว่างการวิ่ง (Running) และการออกกำลังกายแบบ Functional Movement เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการท้าทายทั้งระบบหัวใจ (Cardio) และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strength) ในคราวเดียว
ความโดดเด่นของ HYROX คือ “ความมาตรฐาน” ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะไปแข่งที่ลอนดอน นิวยอร์ก หรือกรุงเทพฯ รูปแบบการแข่งขันจะเหมือนกันเป๊ะ 100% ทั้งลำดับการเล่น ระยะทาง และน้ำหนักที่ใช้ ทำให้มีการเก็บสถิติโลกและจัดอันดับผู้เล่นทั่วโลกได้อย่างยุติธรรม ซึ่งแตกต่างจาก Crossfit ที่แต่ละสนามอาจจะมีท่าที่คาดเดาไม่ได้
เมื่อเพื่อน ๆ ทราบแล้วว่า HYROX คืออะไร ลำดับถัดมาที่ต้องรู้คือ HYROX มีอะไรบ้าง ในแง่ของโครงสร้างการแข่งขัน เพราะนี่ไม่ใช่การวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ แต่คือการวางแผนกลยุทธ์และการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ
การแข่งขัน HYROX ในทุกสนามทั่วโลกจะมีรูปแบบเหมือนกันเป๊ะ คือ
นั่นหมายความว่าเพื่อน ๆ จะต้องวิ่งรวมทั้งหมด 8 กิโลเมตร และผ่านฐานการออกกำลังกายทั้งหมด 8 สถานี โดยไม่มีการหยุดพักนาฬิกา ใครทำเวลาได้น้อยที่สุดคือผู้ชนะ ซึ่งเสน่ห์ของมันอยู่ที่ “The Roxzone” หรือพื้นที่เปลี่ยนถ่ายจากรันเวย์เข้าสู่สถานีออกกำลังกายที่เพื่อน ๆ ต้องคุมสติและลมหายใจให้ดี
สถานีแรกเริ่มต้นด้วยการจำลองการเล่นสกี เพื่อน ๆ ต้องใช้แรงจากแขน หลัง และแกนกลางลำตัว ดึงสายเคเบิลลงมาด้วยความเร็วสม่ำเสมอ สถานีนี้จะช่วยวอร์มอัพร่างกายและกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจได้เป็นอย่างดี
การผลักรถเลื่อนที่มีน้ำหนักตามรุ่นที่สมัคร เพื่อน ๆ ต้องใช้แรงขาและพละกำลังมหาศาลในการดันรถเลื่อนให้เคลื่อนที่ไปตามระยะทางที่กำหนด ถือเป็นสถานีที่เผาผลาญพลังขาได้หนักหน่วงที่สุดสถานีหนึ่ง
ต่อด้วยการดึงรถเลื่อนกลับมาหาตัวโดยใช้เชือกเส้นใหญ่ เพื่อน ๆ ต้องใช้แรงดึงจากหลัง แขน และกำลังขาในการยึดพื้นไว้ เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อได้อย่างยอดเยี่ยม
หนึ่งในสถานีที่หลายคนขยาด เพื่อน ๆ ต้องทำท่าเบอร์พี (Burpee) แล้วพุ่งตัวกระโดดไปข้างหน้า ต่อเนื่องเป็นระยะทาง 80 เมตร สถานีนี้จะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใครอยากซ้อมท่านี้ให้คล่อง ลองหาเสื่อโยคะคุณภาพดีมาลองหัดกระโดดที่บ้านดูนะ
การพายเรือบนเครื่อง RowErg เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร แม้จะดูเหมือนง่าย แต่หลังจากผ่านสถานีหนัก ๆ มาแล้ว การคุมจังหวะการหายใจและการใช้แรงขาในการถีบส่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก
การเดินถือดัมเบลล์หรือเคตเทิลเบลล์ที่มีน้ำหนักมากเดินไปตามระยะทางที่กำหนด เพื่อน ๆ ต้องมีแรงบีบมือที่แข็งแรง และแกนกลางลำตัวที่นิ่งเพื่อไม่ให้ตัวเอนไปมา
แบกถุงทรายไว้บนหลังแล้วทำท่าก้าวเดินย่อเข่า (Lunges) ไปข้างหน้า 100 เมตร สถานีนี้จะเน้นไปที่ความทนทานของกล้ามเนื้อขาและก้น ใครที่ซ้อมขามาไม่ดีบอกเลยว่ามีขาสั่นแน่นอน
สถานีสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย เพื่อน ๆ ต้องสควอทแล้วโยนลูกบอลน้ำหนักใส่เป้าหมายที่ความสูงที่กำหนด จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับรุ่นที่สมัคร นี่คือด่านพิสูจน์ใจว่าเพื่อน ๆ จะยังมีแรงเหลือพอที่จะจบการแข่งขันอย่างสวยงามหรือไม่
หลายคนอาจจะสงสัยว่า การไปแข่ง HYROX มันต่างจากการไปวิ่งมาราธอนหรือการเข้าคลาส CrossFit ที่ยิมแถวบ้านยังไง ในเมื่อมันก็ดูเหมือนเป็นการออกกำลังกายหนัก ๆ เหมือนกัน
การวิ่งมาราธอนหรือ City Run เน้นไปที่ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Aerobic Endurance) เป็นหลัก แต่นักวิ่งหลายคนมักจะขาดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การมาแข่ง HYROX จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด เพราะเพื่อน ๆ ไม่สามารถใช้แค่ “ปอด” ในการแข่งได้ แต่ต้องใช้ “กล้ามเนื้อ” ในการดันและลากน้ำหนักด้วย มันคือความเหนื่อยที่ต่างออกไป เป็นความรู้สึกที่เรียกว่า “Heavy Legs” หรือขาหนักเหมือนตะกั่วหลังจากดัน Sled แล้วต้องกลับไปวิ่งต่อนั่นเอง
CrossFit เน้นความหลากหลายและความไม่รู้ล่วงหน้า เพื่อน ๆ จะไม่รู้เลยว่าวันนี้ต้องแข่งท่าไหนบ้าง และมักจะมีท่าที่ต้องใช้ทักษะสูง เช่น Muscle-ups หรือ Snatch ซึ่งต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายปี แต่สำหรับการแข่ง HYROX ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ตายตัวล่วงหน้า เพื่อน ๆ สามารถฝึกซ้อมท่าเดิม ๆ ให้เชี่ยวชาญได้ และที่สำคัญคือไม่มีความเสี่ยงจากการยกน้ำหนักที่ซับซ้อนเกินไป ทำให้โอกาสบาดเจ็บน้อยกว่าและเหมาะกับคนทั่วไปมากกว่า
การตัดสินใจแข่ง HYROX นั้น เพื่อน ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬามืออาชีพ เพราะเขามีการแบ่งประเภทการแข่งขันตามระดับความฟิต ดังนี้
เมื่อเพื่อน ๆ มั่นใจแล้วว่า “ฉันจะไปสนามนี้!” คำถามต่อมาคือ HYROX ค่าสมัครประมาณกี่บาท? ราคาค่าสมัครจะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศและรุ่นการแข่งขัน โดยเฉลี่ยในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ:
ราคานี้มักจะรวมค่าลงทะเบียน ประกันอุบัติเหตุในสนาม เหรียญรางวัลเมื่อจบการแข่งขัน และเสื้อที่ระลึก (บางสนาม) เพื่อน ๆ สามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ HYROX ได้เลย แนะนำว่าให้รีบตัดสินใจ เพราะตั๋วมักจะเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะในสนามยอดฮิต
การซ้อมเพื่อไปแข่ง HYROX นั้น ต่างจากการซ้อมวิ่งมาราธอนหรือการเล่นเวทเพื่อเพาะกายทั่วไป เพื่อน ๆ จำเป็นต้องมีการซ้อมแบบ “Concurrent Training” หรือการฝึกความแข็งแรงควบคู่ไปกับความทนทาน
การเตรียมอุปกรณ์ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง นอกจากสภาพร่างกายที่พร้อมแล้ว สิ่งของเหล่านี้คือสิ่งที่เพื่อน ๆ ควรมี
เพื่อน ๆ สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้ง่าย ๆ บน Shopee ที่มีทั้งนาฬิกาออกกำลังกายและชุดกีฬาให้เลือกหลากหลายสไตล์ในราคาสุดคุ้ม
เพื่อน ๆ ที่กำลังเริ่มต้นศึกษาข้อมูล อาจจะยังมีข้อสงสัยในรายละเอียดปลีกย่อย เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตมาไว้ให้ที่นี่แล้ว
คำว่า HYROX ไม่ใช่ตัวย่อ แต่เป็นการผสมคำระหว่าง Hybrid (การออกกำลังกายแบบผสมผสาน) และ Rockstars เพื่อสื่อถึงพลังและความแข็งแกร่งของผู้เข้าแข่งขัน
สำหรับการแข่งขันในประเทศไทย มักจัดที่ฮอลล์ขนาดใหญ่อย่าง BITEC Bangna (ไบเทค บางนา) ส่วนในระดับโลกจะจัดตามเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น สิงคโปร์, ลอนดอน และเบอร์ลิน
ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,500 บาทสำหรับประเภทเดี่ยว และสูงถึง 10,000+ บาทสำหรับประเภททีม (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการจองและสถานที่จัดงาน)
หากมีพื้นฐานการออกกำลังกายอยู่แล้ว แนะนำให้ซ้อมเฉพาะทางอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ เพื่อปรับร่างกายให้ชินกับสถานีต่าง ๆ
นอกจากชุดกีฬาที่ระบายอากาศได้ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รองเท้าที่ซัพพอร์ตการวิ่งและการทำสถานี (Hybrid Shoes) รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้เล่นง่ายขึ้น เช่น สนับเข่า สำหรับท่า Lunges หรือ ถุงมือออกกำลังกาย เพื่อช่วยในการดึงเชือกและถือดัมเบลล์
ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีการจำกัดเวลา ดังนั้นเพื่อน ๆ สามารถสู้จนจบในจังหวะของตัวเองได้เลย
มาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ คงหายสงสัยกันแล้วว่า HYROX คืออะไร และทำไมมันถึงน่าหลงใหลขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นบทพิสูจน์ขีดจำกัดของตัวเอง เป็นพื้นที่ที่เราจะได้มิตรภาพใหม่ ๆ จากสังคมคนที่รักสุขภาพเหมือนกัน หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาเป้าหมายใหม่ในการออกกำลังกายที่มากกว่าการแค่เข้ายิมไปวัน ๆ การลองสมัครแข่ง HYROX สักครั้งอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เพื่อน ๆ รักการออกกำลังกายมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้
หากเพื่อน ๆ สนใจเคล็ดลับการดูแลตัวเองหรืออยากหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติม อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่น ๆ ใน Shopee Blog แหล่งรวมสาระดี ๆ ทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และการช้อปปิ้งที่ครบจบในที่เดียว
อ้างอิง: hyrox.com
บทความแนะนำที่น่าสนใจจาก Shopee Blog
คู่มือเลือกเวย์โปรตีนยี่ห้อไหนดีสำหรับมือใหม่ อธิบายครบทั้งเวย์โปรตีนคืออะไร ช่วยอะไร และควรกินตอนไหน พร้อมแนวทางเลือกเวย์ให้เหมาะสม
เปิดคำทำนายฝันเห็นจระเข้ทั้งมุมความเชื่อและจิตวิทยา ทำนายฝันเห็นจระเข้ครบทุกรูปแบบ ฝันเห็นจระเข้ตัวใหญ่ ฝันเห็นจระเข้หลายตัว พร้อมเลขเด็ดแม่นๆ
ชี้เป้า 20 ร้านขายมอเตอร์ไซค์สุดฮอตบน Shopee มีทั้งรถใหม่ป้ายแดง ร้านขายรถมอเตอร์ไซค์มือสอง และพิกัดขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์แท้ 100% ครบจบที่นี่
ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง ขอเรื่องอะไรได้บ้าง? รวมประวัติ ความเชื่อ วิธีไหว้ และพิกัดศาลเจ้าแม่ทับทิมทั่วไทย สำหรับสายมูห้ามพลาด
เปิดคำทำนายฝันเห็นช้างหมายถึงอะไร? ไม่ว่าจะเป็นฝันเห็นช้างตัวใหญ่ หรือฝันเห็นช้างหลายตัว พร้อมตีเลขเด็ดแม่นๆ ใครอยากฝันเห็นช้างแล้วถูกหวย ห้ามพลาด!
แนะนำของฝากจากจีนยอดนิยม ทั้งของกิน ของใช้ เครื่องสำอาง รวมถึงของฝากที่น่าสนใจจากเซี่ยงไฮ้ พร้อมไอเดียเลือกซื้อให้เหมาะกับผู้รับ อ่านจบเลือกของฝากได้ทันที